วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2550

สงครามชีวิตโอชิน

Order : Z2picture@yahoo.com

สงครามชีวิตโอชิน

Introduction
มหากาฬแห่งสงคราม....
การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ ที่มิใช่ด้วยกำลังพลนับแสน ...แต่ทว่าเพียงแค่ผู้หญิงคนเดียว
กับการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดยาวนานกว่า 83 ปี
ภาพยนต์ซีรี่ย์ที่ทำให้ประธานาธิบดีโรนัล เรย์แกน แห่งสหรัฐอเมริกาต้องเสียน้ำตา...
พร้อมกับคนนับล้านทั่วโลกที่ได้ชม... “สงครามชีวิตโอชิน"


หากพูดถึงซีรี่ย์ญี่ปุ่นยุด 80 คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า ภาพยนต์ซีรี่ย์ชุด "สงครามชีวิตโอชิน"
คือละครญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในศตวรรษที่ 20 อย่างแน่นอน
จากสถิตค่าเฉลี่ยเรทติ้ง 52.6 % และสถิตเรทติ้งสูงสุดเป็นประวัติกาล 62.9 %

หากเทียบกับเรทติ้งของซีรี่ย์ปัจจุปันที่ได้รับความนิยมจะอยู่ที่ 20 -25 % สูงสุด คงยืนยันได้ถึงความสุดยอดของภาพยนต์ซีรี่ย์เรื่อง สงครามโอชิน นี้ได้)

"สงครามชีวิตโอชิน" เป็นซีรี่ย์ที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 31 ปี สถานีโทรทัศน์ NHK โดยออกอากาศครั้งแรกในละครช่วงเช้าเมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1983 จนถึง วันที่ 31 มีนาคม คศ.1984 โดยออกอากาศต่อเนื่อง 297 ตอน ตอนละ 15 นาที ซึ่งได้รับการตอบรับจนส่งผลให้กลายเป็นกระแสที่เรียกว่า The Oshin effect และสร้างความประทับใจจากผู้ชมทั่วทั้งญี่ปุ่นตั้งแต่ออกฉายจวบจนมาถึงปัจจุบัน
ความแรงของชีวิตโอชินมิได้หยุดอยู่แค่ภายในเกาะญี่ปุ่นเท่าทั้งแต่กลับถูกถ่ายทอดส่งต่อความประทับใจไปกว่า 59 ประเทศทั่วโลก(ในยุค 80 )ทั้งในประเทศมหาอำนาจอย่าอเมริกา ในยุคของประธานาธิบดีโรนัล เรแกน หรือกับในประเทศคู่กรณี ประเทศต้องห้ามอย่างประเทศจีนเอง (อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมากถึงการแอนตี้ประเทศญี่ปุ่น ในกรณีสงครามโลกครั้งที่ 2 ) ซึ่งสร้างประวัติกาลโดยมีผู้ชมคอยติดตามชมกว่า 200 ล้านคนในประเทศจีนเอง และที่สำคัญรวมถึงประเทศไทยด้วย ที่ทางททบ. 5 ได้นำมาออกอากาศ ถือเป็นการเปิดศักราชกระแสละครญี่ปุ่นในไทยที่ตามมาอีกหลายๆเรื่อง

ภาพยนตร์ชุด สงครามชีวิตโอชิน
โดยมีเนื้อหาที่เล่าถึงชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนาๆที่ผ่านพ้นเข้ามาในชีวิตของเธอทั้ง ความยากจนข้นแค้นจนแทบไม่มีจะกินทั้งการกดขี่ข่มเหงของนายจ้างที่เธอเข้าไปทำงานและอาศัยอยู่ด้วย ทั้งการสูญเสียบุคคลผู้อันเป็นที่รักไป ฯลฯ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีคนที่พร้อมที่จะให้โอกาสดีๆกับเธอ
ละครชุดนี้จึงทำให้ผู้ที่ได้ชมเห็นถึงความเป็นมนุษย์ทั้ง 2 ด้าน ประกอบกับแฝงคำสอนและแง่คิดไปทุกชั่วขณะ ด้วยบทสรุปที่ว่าตัวเรานั้นไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกและตอบโจทย์คำถามที่ว่า “คำว่าพอเพียง นั้นอยู่ที่ไหน…” จนในที่สุดเธอก็อดทนสู้พยายามฟันฝ่ามาจนกระทั่งประสบความสำเร็จในชีวิต และด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ทางสถานีโทรทัศน์ NHK ของประเทศญี่ปุ่นได้เล็งเห็นถึงคุณค่าและประโยชน์ที่จะได้รับในการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่เธอยังเยาว์วัยจนกระทั่งเธอเสียชีวิตไปแล้วให้แก่เด็กๆในประเทศของเขาได้รับชม ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเสริมสร้างทัศนคติความเชื่อที่ดีงามต่อการทำงานและการเรียนรู้ถึงความยากลำบากของการใช้ชีวิตให้กับเด็กๆในประเทศของเขา จึงทำให้คนในชาติของเขามีทั้งความอดทน และความขยันขันแข็งในหน้าที่การงานของตนเอง จนทำให้ประเทศซึ่งแต่เดิม ก็คือ ประเทศที่ไม่มีอะไรเลยจากการพ่ายแพ้ในสงครามสามารถก่อร่างสร้างตัวจนกลายมาเป็นประเทศที่มั่งคั่ง และมีเศรษฐกิจที่เจริญก้าวหน้าไม่แพ้ประเทศมหาอำนาจอื่นๆในโลกได้

เวลา 23 ปีแห่งการรอคอย สำหรับใครหลายๆคนที่ยังคงมีความประทับใจ และรอเพื่อจะได้ชมละครญี่ปุ่นเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งรวมถึงตัวผมเองก็ด้วย นี่คงจะเป็นโอกาสพิเศษที่จะให้คอละครดราม่าญี่ปุ่น และนักสะสม รวมถึงผู้ที่สนใจเก็บละครญี่ปุ่นชุดสงครามชีวิตโอชินในรูปแบบของ DVD เอาไว้เป็นสมบัติแห่งความทรงจำ เป็นของขัวัญแก่คนที่รักและเคราพ รวมถึงเป็นบทเรียนชีวิตแก่ลูกหลาน ที่จะสะท้อนให้เห็นการต่อสู้ชีวิตความพยายามอุตสาหะ ความรักความผูกพันสายสัมพันธ์ทางสายเลือด รวมถึงแง่คิดต่างๆที่สอดแทรกมาให้คบคิดตลอดทุกๆตอน ผ่านคำบอกเล่าของโอชินสู่หลานชายของเธอ ยิ่งในสังคมปัจจุบันที่ทุกคนต่างกันแย่งชิงดี ในยุคที่จริยธรรมกลายเป็นคำถามที่ต้องถกเถียงกันภาพยนต์ซีรี่ย์ญี่ปุ่นที่จะสะท้อนคุณค่าแห่งมหากาฬสงครามชีวิตของผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงตลอดระยะเวลาตั้งแต่ลมหายใจแรก...จนถึงลมหายใจสุดท้ายของเธอ


เมื่อตอนคุณยังเด็กคุณเคยได้ยินคุณปูคุณย่าเล่าให้ฟังถึง เรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของท่านไหม....
คุณยังจำดวงตาและใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เวลาท่านมองคุณได้ไหม...




สงครามชีวิตโอชิน / Story
หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่1 เศรษฐกิจของญี่ปุ่นในช่วงนั้นก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจากภัยสงคราม บรรดาผู้คนที่มีชีวิตอยู่ในสมัยนั้น ต่างก็ต้องอยู่กันอย่างอดๆอยากๆ ถึงแม้ว่าต่อมาในภายหลังเศรษฐกิจจะค่อยๆฟื้นตัวกลับคืนมาบ้างก็ตาม แต่ก็ยังมีประชากรที่ยังต้องลำบากยากจนอยู่ดี และในจำนวนนั้นก็มีครอบครัวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งรวมอยู่ด้วย และชื่อของเด็กผู้หญิงคนนั้นก็คือ โอชิน…

user posted image

ด้วยความยากจนแสนสาหัส หลายคนคงยังฉากที่โอชินนั่งแพ เพราะไม่มีเงินพอที่จะเสียค่าเรือ (การนั่งเรือในแม่น้ำเชี่ยวกราดถือว่าอันตรายมาก สำหรับเด็ก 7ขาบจากอ้อมออกพ่อแม่ และย่า เพื่อไปเป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือเด็กผู้หญิงตัวเล็กแก้มแดงๆ ที่แบกเด็กทารกได้บนหลังอยู่ตลอดได้ ในตอนที่ โอชิน มีอายุได้ 7 ปีนั้น เธอก็ต้องเข้าไปรับการฝึกงานจากทางร้าน นากางาวะ ซึ่ง ณ ที่แห่งนั้นเองที่ทำให้เธอได้พบกับ สึเนะ ผู้ที่ทำหน้าที่ในการสอนงานของที่ร้านให้กับเธออย่างเข้มงวดกวดขัน ซึ่งดูเหมือนจะไม่ชอบเธอสักเท่าไหร่ที่นี่เองทำให้โอชินรู้ถึงความยากลำบาก ของการมาเป็นคนรับใช้และความยากแค้นของความจน… ตลอดช่วงวัยเด็กที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียคนที่ที่รักทั้งพี่ชายใจดีผู้ช่วยชีวิตเธอ ชุนซากุ และย่า ผู้เป็นคนที่รักเธอมากที่สุดไป...

user posted image

จวบโอชินจนเป็นสาวแรกรุ่น ความยากลำบากของเธอก็มิได้ลดหย่อนลงแต่อย่างใด แต่กลับมีความลำบาก(ใจ) ที่เธอเองมิเคยพานพบมาก่อนถาโถมใส่ชีวิตเธอ นั่นคือความรัก... ทั้งที่เป็นรักลวงและรักแท้ที่ทำให้หลายๆอย่าง และหลายๆคนในชีวิตเธอต้องจากเธอไป ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทต่างฐานะ คุณหนูคาโย พี่ฮารุพี่สาวสุดที่รักของเธอ และในช่วงเวลาที่ชีวิตของเธอที่ดูเหมือนจะได้พบกับความสุข สงครามหาบูรพา(สงครามโลกครั้งที่ 2) ก็บังเกิดขึ้น สงครามที่ทำให้เธอได้เห็นความโหดร้ายและดวงตามารจากฟากฟ้าที่ตกลงมายังพื้นโลกเป็นครั้งแรก...

user posted image

ชีวิตและโชคชะตาอันน่าเศร้าของเธอจะดำเนินไปอย่างไร จากความยากจนที่ต้องกินข้าวต้นหัวไชเท้าแทนข้าวขาวทุกมื้อแต่ก็มิได้กินอิ่มท้อง จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานนับประการ ทุกช่วงชีวิตที่เต็มเป็นด้วยความสุขและความเศร้า ในอนาคตเธอ
ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคอะไรอีกบ้างที่จะเข้ามาในชีวิต และเธอจะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านั้นไปได้หรือไม่

user posted image

เรามาร่วมให้กำลังใจเธอและรับชมไปกับภาพยนตร์ที่ได้ชื่อว่า เป็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลของประเทศญี่ปุ่นกันดีกว่า...

Cast


user posted image
ทานิมุระ โอชิน - โคบายาชิ อายาโกะ
(โอชินตอนเด็ก 6 – 10 ปี)



user posted image
จาก ทานิมุระ ชิน มาเป็น ทาโนคุระ โอชิน - ทานากะ ยูโกะ
(โอชินจากวัยสาวถึงวัยกลางคน 16 – 46 ปี)


user posted image
ทาโนคุระ โอชิน - โอโตวะ โนบุโกะ
(โอชินจากวัยกลางคนถึงวัยชรา 50 – 84ปี)


user posted image
ทานิมุระ ฟูยิ (คุณแม่ของโอชิน) - อิซูมิ ปิงโกะ


user posted image
ทานิมุระ ซากุโซ (คุณพ่อของโอชิน) - อิโต ชิโร


user posted image
นากะ (คุณย่าของโอชิน) - โอจิ มิจิโอะ


Staff
บทประพันธ์และบทภาพยนตร์โดย - ฮาชิดะ ซุงาโกะ
กำกับการแสดงโดย - ยามาโมโตะ เออิจิ
ผู้ช่วยผู้กำกับ - ทานาฮาชิ คาซูโนริ
ผลิตโดย - สึจิ ชินทาโร่
Producer - โทมิโอกะ โคจิ, ฮาตาโนะ สึเนมาสะ
ถ่ายทำโดย - คุมางาอิ โคจิ
Music - ซากาตะ โคอิจิ
ฝ่ายศิลป์ - อาเบะ ยูกิโอะ
เรียบเรียงโดย - โองาวะ โนบุโอะ
บันทึกเสียงโดย - ฮายาชิ โชเฮ
Script บทโดย - อาคาโฮริ คันจิ
- ยูอาสะ โนบุโกะ
- มัตสึยามะ มายะ

สนใจสั่งจองได้ที่...
z2picture@yahoo.com


















วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

SUKIDA (ฉันชอบเธอ...)

** SUKIDA (ฉันชอบเธอ...) ** โดย Z2PICTURE


user posted image


Introduction (แปลและเรียบเรียงจาก WEBSITE http://www.su-ki-da.jp/)

ภาพยนตร์เกี่ยวกับความรักอันบริสุทธิ์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความร่วมมือของเหล่านักแสดงชั้นนำที่มารวมตัวกันอย่างปาฏิหาริย์
เริ่มจากมิยาซากิ อาโออิ นักแสดงสาวหน้าใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นอันดับหนึ่งอยู่ในขณะนี้จากภาพยนตร์ชื่อดังอย่างเรื่อง NANA ถึงแม้ว่าการแสดงของเธออาจจะยังไม่สามารถเรียกได้ว่า ถึงขั้นทัดเทียมกับปรมาจารย์แห่งโลกภาพยนตร์ แต่ว่าเธอก็สามารถแสดงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาที่กลั่นออกมาจากภายในจิตใจของเธอได้อย่างเป็นธรรมชาติและสมจริง
โดยที่เราไม่อาจจะหานักแสดงหญิงชั้นแนวหน้าคนไหนมาเทียบเทียมกับเธอได้เลย

user posted imageuser posted image

ในครั้งนี้เธอจะมารับบทเป็น ยู (17 ปี) เด็กสาวที่ความรู้สึกภายในจิตใจของเธอไม่สามารถจะที่จะสื่อไปถึง โยสุเกะ (17 ปี) รับบทโดย นากายามะ เอตะ ได้เลย ในส่วนของนากายามะ นั้นเขาก็เคยฝากผลงานผ่านตาเรามาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่อง Summer Time Machine Blues หรือ Orange Days และที่จะขาดไม่ได้เลย ก็คือผู้ที่จะมารับบทเป็น โยสุเกะ (34 ปี) เขาคนนั้นก็คือ นิจิชิมะ ฮิเดโตชิ นั่นเอง และนอกจากนี้เรายังได้นักแสดงสาวที่เคยผ่านผลงานเวที ภาพยนตร์ ทั้งในจอแก้วและจอเงินมานับไม่ถ้วนอย่าง นางาซากุ ฮิโรมิ มารับบทเป็นยู (34 ปี) ให้อีกด้วย อีกทั้งเรายังได้นักแสดงชื่อดังมากมายอย่าง โอยามาดะ ซายูริ, โนนามิ มาโฮะ, คาเสะ เรียว และโอโมริ นาโอะ มาร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย และสิ่งที่เราจะลืมไปไม่ได้ก็คือ ผู้ที่จะมาทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดำเนินไปได้อย่างลุล่วง คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้กำกับอิชิคาวะ นั่นเอง โดยที่เขาเคยฝากผลงานอันเลื่องชื่อมาให้เราได้รับชมกันไปแล้วอย่างเรื่อง Tokyo Sora ที่เคยได้รับรางวัล New Montreal ในงานภาพยนตร์นานาชาติปี 2005 มาแล้ว



Story (แปลและเรียบเรียงจาก WEBSITE http://www.su-ki-da.jp/)

ยู เด็กสาวอายุ 17 ปี

ภาพแห่งความทรงจำเกี่ยวกับ โยสุเกะ อดีตนักเบสบอลของชมรมที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันกับเธอกำลังนั่งดีดกีตาร์อยู่ที่ริมแม่น้ำ
ฉายซ้ำไปซ้ำมาอยู่ภายในความทรงจำของเธออย่างไม่มีวันจบสิ้น ทั้งๆที่เธอไม่ได้อยากจะนึกถึงมันเลย แต่ก็มักจะนึกถึงมันขึ้นมาทุกที
“สำหรับฉันที่มักจะเป็นคนถือทิฐิอยู่แบบนี้ เธอคงไม่เคยรู้สึกเลยว่าฉันคิดยังไงกับเธองั้นสินะ...
นี่ โยสุเกะ... ทำไมนะ ทั้งๆที่ฉันใกล้เธอถึงขนาดนี้แล้ว ทำไมฉันถึงไม่สามารถบอกความรู้สึกนี้ให้เธอได้รับรู้ได้ละ
แล้วหลังจากนั้นมา พวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย”

user posted imageuser posted image

โยสุเกะ 34 ปี

“หลังจากนั้นมา 17 ปี
ผมก็ได้พบกับ ยู โดยบังเอิญ
ในช่วงเวลาที่ผมกำลังทำงานอยู่ ทำไมภาพของ ยู ถึงได้ปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในหัวของผมนะ
นี่ ยู... ทำไมผมถึงไม่สามารถลืมเลือนเรื่องราวของเธอได้เลยละ”


“ฉันชอบเธอ” คำพูดเพียงคำเดียวที่คนทั้งคู่ไม่สามารถที่จะพูดมันออกไปได้
ในที่สุด มันก็ได้วนเวียนกลับมาในความทรงจำเพื่อเรียกร้องถึงอะไรบางอย่าง
ยู และ โยสุเกะ ในวัย 17 ปี เขาทั้งสองไม่สามารถพูดคำพูดเพียงคำเดียวที่อยากจะสื่อออกไปว่า
“ฉันชอบเธอ” ได้ จึงได้ตัดสินใจที่จะไม่พูดในสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้นั้นออกไป และเมื่อกาลเวลาผ่านไปเป็นเวลา 17 ปี
โยสุเกะ ในวัย 34 ปี ก็ได้กลับมาพบกับ ยู อีกครั้ง...


Voice (แปลและเรียบเรียงจาก WEBSITE http://www.su-ki-da.jp/)

user posted imageuser posted image

“มีอยู่วันหนึ่ง ในช่วงวัย 30 ปีของผม ผมได้ส่องกระจกดูรูปร่างหน้าตาของตัวเองในห้องน้ำของบาร์แห่งหนึ่ง
แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันดูไม่เหมือนตัวเองยังไงไม่รู้สิมันช่วยไม่ได้ที่เราจะคิดว่า ตัวของเราในกระจกที่เราเห็นนั้น
มันไม่เหมือนกับตัวเราสมัยเมื่อยังอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้นเอง
(ช่วงเวลานั้น ผมได้บอกคนที่อยู่ในกระจกตรงหน้าว่า นี่นายใช่คนเดียวกับฉันเมื่อตอนอายุ 10 ขวบจริงๆเหรอเปล่าเนี่ย)
คนเราพออายุได้ 30 ปีแล้ว เรามักจะมีคำพูดบางประโยคที่เราไม่สามารถบอกกับคนบางคนให้เขา
รับรู้ได้ ทั้งๆที่มันน่าจะพูดออกไป แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ไม่สามารถพูดมันได้เลย
คำพูดประโยคนั้นก็คือ “ฉันชอบเธอ” นั่นเอง...
แต่ครั้นพอผมได้ย้อนรำลึกถึงตัวเองเมื่อสมัย 10 ขวบแล้ว ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนนั้น ผมเองก็พูด
คำๆนี้ไม่ได้เหมือนกันนี่ (ไม่ได้มีอะไรก้าวหน้าไปเลยแฮะ ผมเนี่ย)
ในโลกนี้บางสิ่งบางอย่างอาจจะผันแปรไปตามกาลเวลา แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านเลยไป
ยังไง มันก็ยังคงไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ภาพยนตร์ที่แสดงออกถึงความรู้สึกของคนสองคนที่มีอยู่ในเรื่องนี้นั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่มันก็ยังคงสะท้อนถึง
อารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายในจิตใจของผมเสมอมา ถ้าเราไม่หันหน้าเข้ามาหากันแล้วละก็ ไม่ว่าเมื่อไหร่
มันก็คงจะไม่มีวันที่จะคืบหน้าไปแน่ ดังนั้น ผมถึงได้เริ่มสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อที่จะสื่อถึงอะไรบางอย่าง
ที่ผมอยากจะบอกกับใครบางคนมาเป็นเวลานานภายในจิตใจของคนเรานั้น ย่อมต้องมีความรู้สึกบางอย่าง
ที่เราไม่สามารถจะสื่อออกมาเป็นคำพูดได้ มันยังคงสะท้อนก้องกังวานอยู่ภายในจิตใจของเราเสมอมา
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบสิ่งที่จะสามารถเติมเต็มจิตใจของเราได้อย่างบริบูรณ์”

ลิงค์:

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

Kekkon dekinai Otoko "โสดสนิท สาวส่ายหน้า"

แปลและเรียบเรียงจากเวปภาพยนต์http://www.ktv.co.jp/shinsuke/

Introduction

แฟนเหรอ ไม่ต้องมีก็ได้
แต่งงานเหรอไม่เห็นจำเป็นเลย
ยังอีกนานน่ะ ไว้คิดทีหลังก็ได้ไม่เห็นจะเป็นไร


คาดว่าท่านผู้ชมอีกหลายๆท่านก็คงเคยคิดแบบนี้เหมือนกัน ถ้าเช่นนั้นก็คงจะไม่แตกต่างอะไรกับพระเอกของเรา คุวาโนะ ชินสุเกะ ที่รับบทโดย อาเบะ ฮิโรชิ นักแสดงชื่อดังจากละครเรื่อง Dragon Sakura พระเอกปากร้าย แต่ทว่าใจดีคนนี้สักเท่าไหร่ ในครั้งนี้
อาเบะ มารับบทเป็นสถาปนิกชายโสด(สุดแสบ) ที่ผิดหวังกับเรื่องความรักมาหลายครั้งหลายครา จนถึงขนาดที่ว่าไม่ต้องการความรักอีกต่อไป แต่ทว่าเมื่อพรหมลิขิตได้ดลให้เขามาพบกับเธอ... เมื่อคนที่เคยผิดหวัง 2 คน (2คนไหนบอกไม่ได้ อย่าเดาจะดีกว่า คงต้องตามลุ้นกันเอาเอง) ได้โคจรมาเจอกันก็น่าที่จะเข้าใจซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี แต่ทว่ามันกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นน่ะเซ่!!! เพราะไม่ว่าใครที่ได้มาเจอบุคลิกอันสุดประหลาด+น่าระอา ของพระเอกเราเป็นต้องส่ายหัวเผ่นแน้บไปทุกคน เพราะเขาเป็นคน...ปาก(หมา) หัวดื้อ เกลียดหมา ชอบกินjungfood ไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า...และอีกสารพัด แต่น่ารักจนต้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้ชม ที่จะทำให้คุณต้องลุ้นกันเหนื่อยแล้วเหนื่อยอีก ไปกับความรักของอีกตาบ้าคนนี้


และนอกจากอาเบะ ฮิโรชิ แล้วยังได้ นัตสึคาวะ ยูอิ นักแสดงหญิงจากภาพยนตร์ชื่อดังจากเรื่อง Shikoku (แรงรักจากปรภพ) และดาราสาวสวยอย่าง โคคุนากะ เรียวโกะ จากBrother Beat ,Say Hello to BLACK JACKมาร่วมให้ลุ้น และนักร้อง-นักแสดงรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตาดูอยู่ในขณะนี้อย่าง สึคาโมโตะ ทาคาชิ ที่เคยฝากผลงานไว้หลายต่อหลายเรื่อง อาทิเช่น Taiyo no Uta, Gokusen, Figthing Girl, Batalle Royale 2 ฯลฯ ที่การันตีได้ถึงความเป็นมืออาชีพในด้านงานแสดงของเขาอย่างแท้จริงมาร่วมแสดงด้วย ยังไม่หมดยังมีนักแสดง มะ-หมา แสนน่ารักชื่อ: เคน พันธุ์: Pug เพศ: ผู้ อายุ: 5 ขวบ ที่จะทำให้คุณต้องร้องว่าทำไมมันน่ารัก และแสดงได้เก่งอย่างนี้...

จึงนับว่าเป็นภาพยนตร์ที่ควรติดตามชมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับคนที่ผิดหวังกับความรักมาหลายครั้งหลายครา จนตัวเองถึงกับเริ่มท้อแท้กับความรักแล้ว ลองมาชมละครเรื่องนี้ดู แล้วจะรู้ได้ว่าที่จริงแล้วความรักนั้น มันยังมีอะไรที่สวยงาม และสดชื่นไว้รอเราอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด ติดตามซีรี่ย์ญี่ปุ่นน่ารักๆให้แง่คิดในการสานสัมพันธ์กับคนรอบๆข้างตัวเราได้ใน Kekkon dekinai Otoko


Story

user posted image

ผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนทอดสเต๊กอยู่ในครัว ซึ่งสเต๊กที่เขาทอดออกมานั้น จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ดูน่ากินนักหรอก แต่ในความคิดของผู้ชายคนนี้ เขาว่านี่แหละที่ดูน่าอร่อยที่สุดแล้ว ซึ่งผู้ชายคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก
คุวาโนะ ชินสุเกะ (อาเบะ ฮิโรชิ) ชายโสดสถาปนิกหนุ่มของเรานั่นเอง และในระหว่างที่เขากำลังลิ้มรสกับสเต๊กที่เขาเป็นคนทำอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือก็ได้ดังขึ้น เจ้าของเสียงปลายสายนั้นก็คือผู้ช่วยของเขา มุราคามิ เออิจิ (สึคาโมโตะ ทาคาชิ) โดยที่เขาได้โทรมาเตือนชินสุเกะว่า คืนนี้อย่าได้ลืมไปงานปาร์ตี้ที่ได้เคยนัดหมายกันเอาไว้ ทางด้านของชินสุเกะนั้น ที่จริงแล้วเขาเองก็ไม่ได้อยากไปสักเท่าไหร่ แต่ในที่สุดเขาก็โผล่หน้าไปร่วมงานปาร์ตี้เข้าจนได้ และภายในงานเขาก็ได้พูดจาแบบไม่เกรงใจใครให้กับบรรดาสาวๆที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นต้องหัวเสีย จนถูกเออิจิ ทักเตือนว่า "ถ้าไม่รีบแก้ไขนิสัยของตัวเองแล้วละก็ เดี๋ยวก็จะได้อยู่เป็นโสดไปตลอดหรอกนะครับ" แต่เขาก็ไม่สนใจ แถมยังตอบกลับมาอีกว่า "ฉันชอบอยู่คนเดียวโว้ย ! สบายใจดีออกจะตายไป"

user posted image

หลายวันต่อมา
ซาวาซากิ มายะ (ทาคาชิมะ เรโกะ) ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมงานของชินสุเกะมาก่อน ก็ได้พาลูกค้ารายหนึ่งมาแนะนำให้กับทางชินสุเกะได้รู้จัก แต่ทว่าด้วยนิสัยที่แย่ๆของเขา จึงได้ทำให้การตกลงกันเป็นไปอย่างไม่ประสบผลสำเร็จ ทางด้านของเออิจิ เองก็ ถึงแม้ว่าจะระอากับกิริยาและท่าทางการกระทำของชินสุเกะ แล้วก็ตาม แต่ทว่าเขาก็ยังรู้สึกชื่นชมในความคิดชองชินสุเกะ ที่อยากจะสร้างบ้านที่ความอบอุ่นของเขา จึงได้อยู่คอยช่วยเหลืองานของเขามาโดยตลอด

user posted image

และในคืนวันที่เขาได้ทำเสียมารยาทไปนั่นเอง ในขณะที่ชินสุเกะกำลังรับประทานอาหารมื้อดึกอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนคู่รักกำลังจู๋จี๋กันอยู่ดังมาจากข้างห้อง เขาจึงเร่งเสียงเพลงคลาสสิกที่เขากำลังฟังอยู่ให้ดังขึ้น เพื่อที่จะกลบเสียงเหล่านั้นให้หายไป และในระหว่างนั้นเอง เขาก็ได้เริ่มรู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน ส่วนในอีกด้านหนึ่ง ทางด้านของ
ทามูระ มิจิรุ (โคคุนากะ เรียวโกะ) ซึ่งรู้สึกไม่พอใจที่อยู่ๆก็มีเสียงเพลงไปดังรบกวนเวลาที่เธอกำลังหยอกเย้าอยู่กับสุนัขตัวโปรดของเธอ เธอจึงได้ออกมานอกห้อง แล้วเดินไปเคาะประตูหน้าห้องของชินสุเกะ แต่ทว่าก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา จนกระทั่งเมื่อเพลงจบแล้วนั่นเอง เธอจึงได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นมาจากข้างใน เธอก็เลยรีบวิ่งไปเรียกรถพยาบาลมาเพื่อนำตัวเขาไปส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที

user posted image

โดยโรงพยาบาลที่ชินสุเกะ ได้เข้าไปทำการรักษาตัวอยู่นั้น เป็นโรงพยาบาลที่
นากางาวะ โยชิโอะ (โอมิ โทชิโนริ) เพื่อนเก่าของเขาสมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยทำงานอยู่ แต่ทว่าเนื่องจากในเวลานั้นเพื่อนของเขาดันเกิดไม่อยู่ขึ้นมาพอดี ดังนั้น แพทย์ที่ได้เข้ารับทำการรักษาให้กับชินสุเกะ จึงได้กลายเป็นฮายาซากะ นัตสึมิ (นัตสึคาวะ ยูอิ) แทน และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ทั้งคู่ได้มาพบและรู้จักกันนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แต่ทว่าในตอนเริ่มแรกทั้งคู่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากันสักเท่าไหร่ จึงได้เกิดการถกเถียงและทะเลาะกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้นเมื่อพอวันรุ่งขึ้นที่ชินสุเกะได้ตัดสินใจที่จะออกจากโรงพยาบาล เขาก็ได้บังเอิญไปได้ยินเรื่องที่
นัตสึมิ ถูกปฎิเสธเรื่องการดูตัว เขาจึงได้เข้าไปพูดอะไรบางอย่างกับนัตสึมิว่า...

user posted image

สุดท้าย ความสัมพันธ์ระหว่างชินสุเกะกับนัตสึมิ จะจบลงเช่นไร ในตอนท้ายจะมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลางหรือไม่ และในชาตินี้เขาจะได้แต่งงานมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนกับเขาหรือเปล่า เรามาลองลุ้นแล้วเอาใจช่วยเขาให้ได้แต่งงานกันซะทีดีกว่า แต่คงจะลุ้นกันจนเหนื่อยเลยละ เพราะผู้ชายคนนี้ ค่อนข้างที่จะหัวดื้อหัวรั้นและไม่ประสีประสาเรื่องผู้หญิงเอาเรื่องพอดู

Cast


user posted image
คุวาโนะ ชินสุเกะ รับบทโดย อาเบะ ฮิโรชิ
สถาปนิกที่ผันชีวิตตัวเองแยกตัวออกมาเปิดสำนักงานส่วนตัว เขามีความต้องการเป็นอย่างมากที่จะสร้างบ้านที่เพียบพร้อมไปด้วยความอบอุ่นของการเป็นครอบครัว ดูๆภายนอกแล้วก็ดูเป็นคนที่ตั้งใจและสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าเขากลับมีนิสัยประหลาดที่ชอบพูดจาเยาะเย้ยถากถางผู้อื่น
อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังชอบยึดเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ และไม่ค่อยยอมที่จะเข้าใจถึงจิตใจของผู้อื่นอีกด้วย และด้วยเหตุนี้นั่นเองที่ทำให้บรรดาพวกผู้หญิงที่เข้ามาใกล้ชิดเขาเมินหน้าหนีจากเขาไปทั้งหมด หลังจากนั้นมาเขาจึงมีความคิดที่ว่าไม่ต้องมีความรักหรือว่าไม่ต้องแต่งงานก็ได้ไม่เห็นจะเป็นอะไร และด้วยความคิดนี้ของเขา ก็เลยทำให้เขายืนกรานที่จะไม่ยอมแก้ไขและเปลี่ยนแปลงตัวเองสักที เลยยิ่งทำให้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้เขามากขึ้นเข้าไปใหญ่ แต่ทว่าที่จริงแล้วภายในใจลึกๆของเขานั้น รู้สึกเหงาเป็นอย่างยิ่ง และกำลังเฝ้ารอใครสักคนที่จะมาเข้าใจในความรู้สึกของเขาอยู่เหมือนกัน ที่จริงเขาเองก็เป็นคนที่ใจดีและมีใบหน้าที่ดูอ่อนโยน และด้วยเหตุนี้กระมัง ที่ทำให้ต่อมาทั้งนัตสึมิและมิจิรุนั้น เริ่มที่จะสับสนแล้วก็...


user posted image
ฮายาซากะ นัตสึมิ รับบทโดย นัตสึคาวะ ยูอิ
เป็นอายุรแพทย์ในโรงพยาบาลขนาดกลางที่นากางาวะ เพื่อนและสามีของน้องสาวชินสุเกะนั้นทำงานอยู่ เธอมีความใจดีกับผู้อื่นสมกับฐานะแพทย์ของเธอ แต่ทว่าเนื่องจากเธอเคยมีประสบการณ์ผิดหวังจากการหมั้นหมายมาก่อน เธอก็เลยไม่มีความกล้าที่จะรักใครอีกแล้วในโลกนี้ จนกระทั่งเมื่อเธอได้มาพบกับชินสุเกะ ซึ่งในตอนนั้นได้เข้ามาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ ในตอนแรกเองทั้งคู่ต่างคนก็ต่างทำเป็นไม่สนใจซึ่งกันและกัน แต่ในเวลาต่อมาเมื่อเธอได้รับรู้ถึงในด้านดีที่ชินสุเกะนั้นมีอยู่ในตัวของเขา และในขณะเดียวกันทางด้านชินสุเกะเองก็ได้รับรู้และได้เริ่มรู้สึกกับเธอในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิงเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นมาพวกเขาก็เลย...


user posted image
ทามูระ มิจิรุ รับบทโดย โคคุนากะ เรียวโกะ
พนักงานในบริษัทรถยนต์ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านร่วมแมนชั่นเดียวกันกับชินสุเกะ แต่ไหนแต่ไรมา เธอไม่ค่อยชอบคลุกคลีอยู่กับผู้อื่น ดังนั้น เธอจึงไม่ค่อยคบหาสมาคมกับใครในแมนชั่นที่ตัวเองอาศัยอยู่เลย แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ชินสุเกะนั้นได้ปวดท้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาจึงได้ไปล้มลงที่หน้าประตูห้องของเธอ และด้วยเหตุการณ์นั้นเองที่ทำให้ต่อมาเธอได้มารู้จักกับชินสุเกะ ซึ่งในตอนแรกเธอเองก็ไม่ค่อยชอบเขาสักเท่าไหร่เหมือนกัน แต่แล้วไปๆมาๆเธอก็...


user posted image
มุราคามิ เออิจิ รับบทโดย สึกาโมโตะ ทาคาชิ
ผู้ช่วยหนุ่มของชินสุเกะ เขามีความรู้สึกชื่นชมในตัวของชินสุเกะมาก จึงได้คอยเฝ้าติดตามชินสุเกะมาโดยตลอด เขารู้และเข้าใจถึงข้อเสียของนิสัยที่ชินสุเกะนั้นมีอยู่ได้เป็นอย่างดี จึงได้คอยเฝ้าแนะนำให้ชินสุเกะเปลี่ยนนิสัยและท่าทีเหล่านั้นเสีย แต่ทว่าชินสุเกะก็หาได้รับฟังไม่ ในด้านของความรัก เขามักจะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกไปเลยตรงๆซึ่งตรงข้ามกับชินสุเกะโดยสิ้นเชิง เขาเป็นคนประเภทที่ชอบวัดดวงให้รู้ผลแพ้ชนะกันไปเลย ปัจจุบันเขากำลังคบอยู่กับซาโอริซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทคู่ค้าของชินสุเกะ แต่ทว่าเมื่อเขาได้มาพบเจอกับมิจิรุ หลังจากนั้นมาเขาก็เลย...


user posted image
นากางาวะ โยชิโอะ รับบทโดย โอมิ โทชิโนริ
เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของชินสุเกะ และก็ยังเป็นสามีของเคโกะซึ่งเป็นน้องสาวของชินสุเกะอีกด้วย เนื่องมาจากว่าในอนาคตเขาต้องรับสืบทอดกิจการโรงพยาบาลที่คุณพ่อของเขาดำเนินการอยู่ ดังนั้น ปัจจุบันเขาจึงดำรงตำแหน่งรองประธานของโรงพยาบาล และในระหว่างที่เขากำลังคบหาอยู่กับชินสุเกะอยู่นั้นเอง เขาจึงได้มาพบกับเคโกะ ก็เลยทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่นั้นมา เขามีลูกสาวที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ด้วย 1 คน และในยามว่างเขาก็มักจะมาพร่ำเพ้อถึงความยากลำบากของชีวิตผู้ชายวัยกลางคนให้กับชินสุเกะฟัง ในเวลาที่ทั้งคู่ไปดื่มด้วยกัน


user posted image
นากางาวะ เคโกะ รับบทโดย มิอุระ ริเอโกะ
น้องสาวของชินสุเกะ ผู้ซึ่งบัดนี้เป็นภรรยาที่เพียบพร้อม และมีความภาคภูมิใจในชีวิตที่ตัวเองเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน
เธอมักจะคอยเร่งให้พี่ชายของเธอรีบแต่งงานเข้าเร็วๆ


user posted image
โยชิคาวะ ซาโอริ รับบทโดย ซากุระ
พนักงานซึ่งเป็นลูกน้องของซาวาซากิในบริษัทรับเหมาก่อสร้างบ้าน
หลังจากที่เธอได้ไปดูหนังมากับเออิจิคราวนั้น จากนั้นมาเธอก็เลย...


user posted image
คาเนดะ ฮิโรยูกิ รับบทโดย ทาคาจิ โนโบรุ
เป็นสถาปนิกเช่นเดียวกันกับชินสุเกะ แต่ทว่าลักษณะท่าทางและอุปนิสัยของเขานั้น ไม่ได้เหมือนกับชินสุเกะเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาเป็นคนที่มีความก้าวหน้าในเรื่องการงาน มีรถหรูๆขับ แถมยังเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวๆอีกด้วย


user posted image
คุวาโนะ อิคุโยะ รับบทโดย คุซาบุเอะ มิตสึโกะ
คุณแม่ของชินสุเกะและเคโกะ เธอเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจที่เข้มแข็ง และเนื่องจากว่าเธอคงต้องการให้ลูกของเธอได้รู้สึกตัวเอาเอง เธอจึงไม่พูดประโยคที่ว่า "รีบๆแต่งงานได้แล้ว"ให้ชินสุเกะฟัง แต่เธอกลับพูดว่า "แม่อยากได้หลานแล้วนะ"แทน แต่ทว่าถึงแม้ว่าเธอจะพูดอย่างนั้น แต่คนที่ต้องการและคาดหวังให้ชินสุเกะนั้นได้แต่งงานมากที่สุดก็คงเป็นใครอื่นไปไม่ได้ซึ่งนอกจากเธอนั่นเอง ดังนั้น เมื่อเธอได้รับรู้ถึงเรื่องของนัตสึมิ เธอก็เลยรีบกุลีกุจอที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ของคนทั้งสองให้เข้ากันได้โดยเร็ว แต่ทว่าก็มักที่จะล้มเหลวไปซะทุกครั้ง


user posted image
ซาวาซากิ มายะ รับบทโดย ทาคาชิมะ เรโกะ
เป็นพนักงานในบริษัทรับเหมาก่อสร้างบ้านและก็เป็นผู้ร่วมงานของชินสุเกะด้วย เนื่องมาจากว่าเธอได้ทำงานกับชินสุเกะมาเป็นระยะเวลานาน เธอจึงสามารถเข้าใจในนิสัยชองชินสุเกะได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าก็มีบางครั้งที่เธอก็มักจะละเลยและไม่ใส่ใจต่อความต้องการของลูกค้าบ้างเหมือนกัน และคงจะมีแค่เรื่องงานเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่เธอจะมอบความไว้วางใจให้กับชินสุเกะ ส่วนในด้านของความรู้สึกนั้น เธอไม่เคยรู้สึกใดๆกับชินสุเกะเลย นอกเหนือไปจากการเป็นเพื่อนร่วมงาน
แต่ทว่าเมื่อชินสุเกะได้มาพบกับนัตสึมิ หลังจากนั้นมาความรู้สึกของเธอจึง...


user posted image
KEN

ชื่อ : เคน
พันธุ์ : Pug
เพศ : ผู้ (ชาย)
อายุ : 5 ขวบ
ลักษณะนิสัย : ชอบอ้อนเจ้าของ
งานอดิเรก : วิ่งไล่ลูกบอล
ของที่ชอบ ลูกบอลที่มีปุ่มยื่นออกมา, ผ้าห่มขนแกะ
สังกัด : สมาคมผู้เลี้ยงสุนัขเพื่อความสวยงามแห่งประเทศญี่ปุ่น


Staff
บทภาพยนตร์โดย..................................................โอซากิ มาซายะ
Music..................................................................นากานิชิ เคียว
Theme Song (Swimmy)............................Every Little Thing (avex trax)
กำกับการแสดงโดย.................................................มิยาเกะ คิจู /โคมัตสึ ทาคาชิ /อุเอดะ นาโอะ
Producer............................................................อันโด คาซูฮิสะ (Kanzai Television)
โทโจ ยูจิ (Media Mix Japan (MMJ)) / อิโต ทัตสึยะ ((Media Mix Japan (MMJ))
ผลิตโดย...................................................................Kanzai Television /Media Mix Japan (MMJ)

Dance Drill


Introduction
แปลและเรียบเรียงจากเวปไซด์ภาพยนต์ http://wwwz.fujitv.co.jp/dancedrill/index.html




ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมที่ขาแดนซ์และผู้ที่รักในการ Cheer Dance ทั้งหลายไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง กับบรรดาสาวน้อยทั้ง 5 คน ที่แต่ละคนต่างก็มีบุคลิกแตกต่างกัน
นำโดย เอคุระ นานะ นักแสดงวัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ และมีผลงานมาแล้วมากมายทั้งในด้านของภาพยนตร์จอเงิน จอแก้ว นิตยสาร โฆษณา ฯลฯ


แต่ถ้าพูดถึงภาพยนตร์ที่คาดว่าหลายๆท่านคงได้รับชมกันไปแล้วกับบทบาทการแสดงของเธอที่แสดงเป็นทามูระ ไอ ในเรื่อง Dangerous Beauty
ซึ่งนับได้ว่าในครั้งนี้ฝีมือการแสดงของเธอได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว และเมื่อได้มาบวกกับความเซี้ยว ความซ่า และความหวานของบรรดาเพื่อนๆกลุ่ม Cheer Dance
ของเธอทั้ง 4 คนด้วยแล้ว ก็นับได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังการันตีด้วยฝีมือนักแสดงคนอื่นๆอาทิเช่น คันโนะ มิโฮ ซึ่งชื่อนี้
ถ้าได้พูดกันออกไปแล้ว คาดว่าคอหนังภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายท่านคงจะรู้จักเธอเป็นอย่างดีแน่ และนอกจากนี้ เรายังได้นักร้องและนักแสดงชั้นนำจากวง TOKIO
(http://www.universal-music.co.jp/tokio/index.html) อย่าง โคคุบุน ไทอิจิ มาร่วมแสดงในครั้งนี้อีกด้วย สุดท้ายเราก็ยังได้สมาชิกของวง NEWS ซึ่งกำลังเป็นที่กรี๊ดกร๊าด
ของบรรดาสาวๆทั้งในและต่างประเทศอยู่ในขณะนี้อย่าง มาสุดะ ทาคาฮิสะ มาช่วยเรียกเรทติ้งจากสาวๆให้อีกต่างหาก

จึงนับได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่พรั่งพร้อมไปด้วยนักแสดงที่ครบครัน บทภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยม และทีมงานถ่ายทำทั้งที่ถ่ายทำบทภาพยนตร์และฝึกซ้อม
การเต้น Cheer Dance ตลอดไปจนถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยทั้งหลาย ดังนั้นแล้ว ผู้ที่รักในการเต้นประกอบจังหวะหรือการเต้น Cheer Dance นั้น
ไม่ควรที่จะพลาดในการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเด็ดขาด


Story


ไอคาวะ คานาเมะ นักเรียนหญิงของโรงเรียนมัธยมซาสึกิ ที่อยู่ในเขตชานเมืองรอบกรุงโตเกียว เธอเป็นคนที่มีนิสัยเกลียดการยอมแพ้เป็นอย่างมาก ชอบคิดเองเออเอง
และชอบเชื่อมั่นอะไรโดยที่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ให้ดีก่อน ถ้าพูดถึงในด้านของการเรียนแล้ว เธอมีผลการเรียนที่แม่ไม่ปลื้มเท่าไหร่ อีกทั้งเธอยังมีพฤติกรรมที่เรียกได้ว่าคลั่งไคล้
ในตัวรุ่นพี่จินงูจิ ของชมรมบาสเก็ตบอล จนถึงขนาดได้ก่อตั้งกลุ่มแฟนคลับเฉพาะของรุ่นพี่คนนั้นขึ้นมาพร้อมกับสุเอโยชิ ฟุตาบะ เพื่อนสนิทโรงเรียนเดียวกันกับเธออีกด้วย
แต่ทว่าเมื่อเธอได้รับรู้ถึงความจริงว่า รุ่นพี่ของเธอ เขาได้คบอยู่กับ ซาโอโตเมะ ฮารุกะ ซึ่งเป็น Miss ของซาสึกิอยู่แล้ว ก็เลยทำให้เธอรู้สึกผิดหวังและช็อกเป็นอย่างมาก

ในอีกด้านหนึ่ง ซูซูกิ คาร์ลอส ซาบุโรตะ เด็กหนุ่มเชื้อสายญี่ปุ่น-บราซิล ซึ่งเป็นสมาชิกของทีมเบสบอลนั้น ในวันที่เขาต้องไปสอบซ่อม เขาก็ได้บังเอิญพบกับคานาเมะ
ซึ่งวันนั้น เธอก็มาสอบซ่อมเช่นกัน หลังจากนั้นมา เขาก็มีความรู้สึกดีๆที่อยากจะมอบไว้ให้กับเธอ แต่ทว่า เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้ประสีประสาในเรื่องผู้หญิงสักเท่าไหร่
ดังนั้น แทนที่จะทำให้เธอรู้สึกดีๆด้วยแล้ว กลับไปทำให้คานาเมะ เธอเกลียดเข้าซะได้นี่


ต่อมาวันหนึ่ง เมื่อรุ่นพี่ที่เธอเคยหลงใหลจะต้องลงแข่งขันบาสเก็ตบอลครั้งสุดท้ายคานาเมะ จึงได้ตัดสินใจที่จะไปเชียร์เขาเป็นการทิ้งทวน โดยเธอได้ริเริ่ม
ก่อตั้งสมาชิกกลุ่ม Cheer Dance ของเธอขึ้นมา ซึ่งแนวความคิดนี้ได้แรงบันดาลใจจากการได้ดูบรรดาสาวๆ Cheer Dance ในการแข่งขันบาสเก็ตบอล NBA
ของอเมริกามานั่นเอง แต่ทว่าสมาชิกที่เป็นเป้าหมายในการก่อตั้งกลุ่มของเธอ


ซึ่งได้แก่ อิชิงูโระ มาริ, เอโมโตะ คาโอริ, ชิราอิ มากิ และสุดท้ายคือโอซาวะ โชโกะ ซึ่งทั้งหมด 4 คนนี้ พวกเธอเคยเป็นนักเต้นกันมาก่อน แต่พวกเธอทั้ง 4 คน
กลับไม่มีใครสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม Cheer Dance กับคานาเมะ และในขณะที่ยังไม่มีใครสนใจมาสมัครอยู่นั้นเอง เด็กเรียนอย่างอิเคดะ มายูมิ,
ฮามาดะ เคียวโกะ ชมรมคาราเต้ ก็ได้ขอเข้ามาสมัครร่วมเป็นสมาชิกด้วย และสมาชิกคนสุดท้ายอย่างฮานาอุเอะ ซายากะ ก็ได้เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกในเวลาต่อมา
ดังนั้น พวกเธอทั้ง 5 คนซึ่งรวมคานาเมะ กับฟุตาบะ เข้าไปด้วยแล้ว ก็ได้เริ่มก่อตั้งกลุ่ม Cheer Dance ของตัวเองขึ้นมาได้จนเป็นผลสำเร็จ โดยมีมายูมิ
ซึ่งแต่เดิมรักในการเต้นเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วเป็นผู้นำท่าเต้นให้ ทั้งหมดจึงได้เริ่มทำการฝึกซ้อมนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และแล้วการแข่งขันบาสเก็ตบอลก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ...


แต่พอถึงวันแข่งขัน ก็ได้เกิดเรื่องที่น่าประหลาดใจขึ้น ซึ่งนั่นก็คือ Cheer Dance ของทีมฝ่ายตรงข้ามกลับเป็น แชมป์เก่าอย่าง Kitty Typhoon
ซึ่งเป็นแชมป์ติดต่อกันมาหลายปี คานาเมะ ซึ่งรู้ตัวเองดีว่ากลุ่ม Cheer Dance ที่เธอเพิ่งจะตั้งขึ้นมาได้ไม่นานนั้น ไม่มีทางที่จะไปเทียบแชมป์เก่าอย่าง
Kitty Typhoon ได้เลย ด้วยความหน้าแตกสุดชีวิตเพราะปล่อยเปิ่น เธอจึงวิ่งสุดชีวิตเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำ แต่ทว่าในขณะนั้นเอง ที่เธอได้ทราบผลการแข่งขันว่า
ทีมบาสของรุ่นพี่กำลังตามทีมคู่แข่งอยู่ แถมรุ่นพี่ยังได้รับบาดเจ็บ และต้อแต้หมดกำลังใจอยู่นั่นเอง ในตอนนั้น ด้วยแรงฮึดด้วยอะไรสิงเธอก็ไม่รู้
เธอจึงได้ลุกขึ้นส่งเสียงตะโกนเชียร์รุ่นพี่ของเธอออกไปอย่างลืมตัว ทั้งร้อง ทั้งเต้นเชียร์ เพื่อที่จะส่งกำลังใจไปให้ถึงรุ่นพี่ของเธออย่างไม่อายใคร. จนในที่สุด...
นั่นเป็นว่าที่เธอค้นพบว่า เธอได้เรียนรู้และได้ค้นพบเส้นทางแห่งความฝันที่เธอต้องการแล้ว ซึ่งนั่นก็คือ การเชียร์และให้กำลังใจแก่คนที่กำลังหมดหวัง
ให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อไปได้นั่นเอง ซึ่งในเวลาต่อมา สิ่งนี้นี่เองที่เป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้เธอเริ่มก่อตั้งกลุ่ม Cheer Dance ขึ้นมาอย่างจริงจัง



และแล้ว พวกเธอทั้ง 5 คนจะสามารถไปได้ถึงยังจุดหมายที่วาดหวังเอาไว้ได้หรือไม่ ท้ายที่สุดแล้ว การเต้นของพวกเธอจะเอาชนะใจของผู้ชมได้หรือเปล่า
ความสัมพันธ์ระหว่างซาบุโรตะ กับคานาเมะ จะลงเอยด้วยผลเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ และความพยายามของพวกเขา นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยแรงเชียร์
และแรงใจจากท่านผู้ชมทั้งหลายที่จะช่วยส่งและผลักดันพวกเขาไปให้ถึงจุดหมายที่ได้วาดหวังเอาไว้แล้วละครับ


CAST


ไอคาวะ คานาเมะ รับบทโดย เอคุระ นานะ
สาวแสบซ่าบ้าๆบ๊องๆ ซึ่งมีนิสัยเป็นคนที่ร่าเริงและมุทะลุเป็นอย่างยิ่ง ลักษณะเด่นของเธอมีอยู่ 3 อย่าง คือ เกลียดการยอมแพ้, ชอบคิดไปเอง
และชอบมั่นใจอะไรแบบที่ไม่มีเหตุผลประกอบอยู่เสมอๆ ตอนสมัยเธอยังเรียนอยู่ชั้นป. 6 คุณพ่อกับคุณแม่ของเธอได้แยกทางจากกัน ทำให้หลังจากนั้นมา
คุณแม่ของเธอจึงต้องเลี้ยงดูแลเธอและน้องตามลำพังเพียงคนเดียวมาตลอด และด้วยเหตุนั้นเอง คุณแม่ของเธอจึงค่อนข้างที่จะคาดหวังในตัวเธอเป็นอย่างมาก
แต่ทว่าเธอก็ไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังนั้นได้ เธอจึงมีเรื่องที่ให้ต้องทะเลาะกับคุณแม่ของเธออยู่บ่อยๆ ทั้งเรื่องคะแนนที่ออกมาไม่ดี ฯลฯ
อีกทั้งนอกจากนี้ ตอนที่เธออยู่ที่โรงเรียน เธอก็ไม่มีความสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมใดๆของทางชมรมเลย แต่ทว่าอยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเธอได้ไปดู
การแข่งขันบาสเก็ตบอลครั้งสุดท้ายของรุ่นพี่ชมรมบาสคนหนึ่งที่เธอชื่นชม เธอก็ได้เห็นพวกบรรดา Cheer Dance ที่กำลังเชียร์การแข่งขันนั้นอยู่
เธอจึงได้เข้าใจถึงความหมายของคำว่า Cheer Dance ที่แท้จริง ซึ่งนั่นก็คือการเอาใจและส่งใจเชียร์ผู้อื่นอย่างสุดความสามารถนั่นเอง หลังจากนั้นมาเธอจึง...


สุเอโยชิ ฟุตาบะ รับบทโดย คาโต โรซา
เพื่อนสนิทของคานาเมะ เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเจ้าอาวาสศาลเจ้าซาสึกิซึ่งมีประวัติมายาวนานหลายร้อยปี และด้วยเนื่องจากว่าโชคชะตาและชีวิตชองเธอ
ได้ถูกผูกมัดไว้กับการเป็นผู้สืบทอดของศาลเจ้าแล้ว เธอจึงไม่สามารถทำสิ่งใดๆก็ตามที่มันไม่เหมาะไม่ควรได้ แต่ทว่าเมื่อเธอได้มารู้จักกับสาวแสบอย่าง
คานาเมะ ก็ทำให้เธอต้องถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเรื่องซ่าๆกวนๆอยู่หลายครั้ง แต่ถึงกระนั้นก็ทำให้เธอได้รู้สึกถึงความสนุกสนานของการใช้ชีวิตมัธยมปลายอีกด้วย
ภายนอกของเธอดูเป็นคนที่ใจดีและมีอัธยาศัยดีต่อผู้อื่น แต่หารู้ไม่ว่าภายในของเธอนั้นร้ายยิ่งนัก โดยการก่อกวนทั้งหมดที่แก๊งของเธอเป็นคนลงมือ
จะต้องมีเธอเป็นผู้วางแผนให้เกือบทั้งนั้น เธอมีความรู้สึกชื่นชมในตัวของคานาเมะ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าคานาเมะ เธอมีอะไรบางอย่างที่ภายในตัวของเธอนั้นไม่มี
และเมื่อเธอได้ถูกคานาเมะ ชักชวนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก Cheer Dance หลังจากนั้นมา เธอจึงได้เข้าใจถึงการเต้นและเอาใจเชียร์ผู้อื่นอย่างมุ่งมั่น
จนลืมแม้กระทั่งเรื่องอาการป่วยที่เป็นโรคประจำตัวของเธอเอง




อิเคดะ มายูมิ รับบทโดย โมริตะ อายากะ
ดูๆไปก็เป็นเด็กเรียนที่แสนจะเรียบร้อย แต่ไหงกลับมารักมาชอบการเต้นเข้าได้เนี่ย ทั้งนี้ทั้งนั้นมันมีที่มาครับ เป็นเพราะว่าคุณแม่ของเธอเป็นคนที่เข้มงวด
ในเรื่องของการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นชีวิตในแต่ละวันของเธอจึงต้องหมดไปกับการเรียนและกิจกรรมชมรมเพียงอย่างเดียว เลยทำให้เธอแทบไม่มีเพื่อนเลยสักคน
และด้วยเหตุนั้นเอง งานอดิเรกของเธอตอนที่อยู่ที่บ้านจึงเป็นการซ้อมเต้นจากวีดีโอแอโรบิกที่เธอเอามาดูประกอบการเต้นไปด้วย โดยสำหรับเธอแล้วนั้น
เธอคิดว่าการเต้นช่างเป็นกีฬาที่แสนวิเศษสุด เพราะว่ามันสามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่มีอยู่ข้างในของตัวคนเต้นไปยังบรรดาคนที่ดูอยู่ได้ ดังนั้นเมื่อเธอได้มารู้ว่าพวกคานาเมะ
กำลังรับสมัคร Cheer Girl อยู่ เธอจึงได้รีบลงชื่อสมัครไปในทันที หลังจากนั้นมา เธอจึงได้เรียนรู้และสัมผัสถึงคำว่า "Dance"และ "เพื่อน" อย่างที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต
และนี่ก็เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายในชีวิตการเป็นนI.ชั้นมัธยมปลายของเธอแล้ว แต่ทว่าว่าเธอไม่ค่อยมีความมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง
หรือว่ากลัวการที่จะต้องเต้นต่อหน้าคนดูเยอะๆก็ไม่รู้ ทำให้ทุกครั้งที่เธอสวมชุด Cheer Dance เธอจะต้องท้องเสียและวิ่งขอเข้าห้องน้ำทุกครั้งไป


ฮามาดะ เคียวโกะ รับบทโดย ยูกิ ซายะ
ด้วยชื่อของเธอ เธอจึงได้รับฉายาจากเพื่อนๆว่า "ฮามะ เคียว"และเนื่องจากเธอมีร่างกายที่อ่อนแอมาตั้งแต่กำเนิด

คุณพ่อคุณแม่ของเธอจึงได้สอนให้เธอเล่นคาราเต้มาตั้งแต่เล็กๆ ทำให้ตั้งแต่นั้นมาชีวิตของเธอได้ถูกผูกพันเข้ากับการเล่นคาราเต้
ถึงขนาดที่เรียกได้ว่าไม่สามารถขาดได้เลยในชีวิต แต่ทว่าถึงยังไงเธอก็ยังเป็นผู้หญิง เธอจึงมีความรู้สึกอยากจะลองหาอะไรที่ผู้หญิงทั่วไปเขาทำกันดูมาลองทำบ้าง
เธอจึงได้สมัครเข้าไปเป็น Cheer Dance และได้เป็นเพื่อนกับคานาเมะ ตั้งแต่นั้นมา ด้วยเหตุผลที่ว่าเธออยากจะลองใส่ชุด Cheer Dance ดูบ้างเท่านั้นเอง
แต่ถ้าจะว่าไปแล้วในบรรดา 5 คนที่เป็นสมาชิกอยู่นี้ เธอเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นแล้วก็เข้าใจถึงคำว่า "ความมีน้ำใจ" ในเกมกีฬาได้ดีที่สุด
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องมาจากอิทธิพลของการเล่นคาราเต้ที่เธอเล่นมาตั้งแต่เด็กนั้นเอง และถึงแม้ว่าเธอจะเข้าไปเป็นสมาชิกของ Cheer Dance
เธอก็ยังไม่ละทิ้งการเล่นคาราเต้ ที่แต่เดิมเธอเคยเล่นมา แต่แค่หลังจากที่เธอได้มาเข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้ว เธอได้เกิดคำถามขึ้นกับตัวเอง ว่าที่จริงแล้วนั้น
ตัวเองต้องการที่จะทำอะไรกันแน่...




ฮานาอุเอะ ซายากะรับบทโดย นิชิฮาระ อากิ
นักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลายที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเอาซะเลย ซ้ำร้ายเธอยังเป็นคนที่มีจิตใจโลเล เอาแน่เอานอนไม่ได้อีกด้วย เธอไม่ค่อยได้มาโรงเรียนสักเท่าไหร่นัก
ดังนั้น คะแนนของเธอจึงอยู่ในเกณฑ์ตกต่ำเอามากๆ ถึงจะมาโรงเรียนทุกครั้งแต่ ก็ก็กลับเอาเวลาไปนั่งเม้าท์อยู่กับคนโน้นทีคนนี้ที ดูๆไปแล้วเธอก็น่าที่จะเป็น
คนมีอัธยาศัยดี แต่เนื่องจากด้วยนิสัยบางอย่างของเธอ จึงทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆตัวเธอไม่ค่อยอยากจะเข้าใกล้ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าเธอเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย
แต่ก็ไม่ได้รับการเอาใจใส่จากครอบครัวมากเท่าที่ควร



ซูซูกิ คาร์ลอส ซาบุโรตะ รับบทโดย มาสุดะ ทาคาฮิสะ (NEWS)
นักเรียนชั้นมัธยมปลายโรงเรียนมัธยมซาสึกิ ที่มีเชื้อสายญี่ปุ่น-บราซิลรุ่นที่ 4 เนื่องมาจากว่าร้านกาแฟที่สืบทอดต่อมากันมาตั้งแต่รุ่นคุณทวด มาพังล้มละลายเอาในรุ่นคุณปู่
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ของเขาจึงได้เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ตอนก่อนที่เขาจะเกิดมาเสียอีก ถ้าจะว่าไปแล้วถึงแม้ว่าเขาจะมีเชื้อสายของบราซิลอยู่
แต่ทว่าเขาเกิดที่ญี่ปุ่นและเติบโตในญี่ปุ่น จึงเรียกได้ว่าเขาเป็นคนญี่ปุ่นโดยกำเนิดได้เลยทีเดียว และเนื่องจากการที่เขามีเชื้อสายของบราซิลอยู่นั้นเอง
บรรดาผู้คนรอบข้างจึงมักจะคาดหวังว่า เขาคงจะเล่นฟุตบอลเก่ง แต่ทว่ากีฬาที่เขาชอบเล่นนั้นกลับเป็นเบสบอลไปซะได้ ดังนั้น เขาจึงได้เข้าไปเป็นสมาชิกทีมเบสบอล
และแน่นอนถ้าพูดถึงเรื่องเบสบอลแล้วทุกคนต่างฝันที่อยากจะไป โคชิเอ็ง สักครั้งในชีวิตกันทั้งนั้น แต่มีเหตุทำให้เขาต้องกลับไปที่บราซิลในปีหน้า
ดังนั้น เขาจึงได้ตั้งเป้าเอาไว้ว่าเขาจะต้องไป โคชิเอ็ง ให้ได้ ก่อนที่จะกลับไปยังบราซิล ลักษณะนิสัยของเขาเป็นคนที่ร่าเริงแจ่มใส
เป็นที่รักของทั้งเพื่อนชายและก็เพื่อนหญิง ใจดี และชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่นยามที่ตกทุกข์ได้ยาก แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการเรียนแล้ว บอกได้คำเดียวว่า เห่ย
ดังนั้น เขาจึงมักที่จะต้องสอบซ่อมอยู่เสมอๆ แต่แล้วเมื่อวันหนึ่งตอนที่เขาได้ไปสอบซ่อม เขาก็ได้พบกับคานาเมะ ที่วันนั้นเธอก็ต้องมาสอบซ่อมด้วยเหมือนกัน
หลังจากนั้นมา เขาก็เลย...




อิชิบาชิ วาตารุ (ที่ปรึกษาสมาคมเชียร์ลีดเดอร์) รับบทโดย โคคุบุน ไทอิจิ (TOKIO)

อาจารย์สอนเลขโรงเรียนมัธยมซาสึกิ และยังเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาห้องของพวกคานาเมะ อีกด้วย เขามีลักษณะนิสัยเป็นคนที่ขี้ขลาด ไม่กล้าแม้กระทั่งนักเรียน
หรือว่าอาจารย์ นับว่าเป็นคนที่มีลักษณะนิสัยที่ตรงกับ "ไอ้หนุ่มรถไฟ – Densha Otoko" อย่างแท้จริง ดังนั้น เขาจึงต้องตกอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของทั้งคาชิโกะ
และคานาเมะ มาโดยตลอด ในยามว่างเขาก็มักจะไปเล่นพวกตุ๊กตุ่นฮีโร หรือว่าเล่นรถไฟตามที่บรรดาพวกโอตากุเขาชอบเล่นกัน แต่ถึงจะเห็นเขาเป็นอย่างนี้ก็เถอะ
นิสัยจริงๆของเขานั้น เป็นคนที่ใจดีและมีความตั้งอกตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง เวลาที่จะคิดอะไรสักอย่างออกมานั้น เขาก็มักจะต้องไตร่ตรองก่อนให้รอบคอบก่อนอยู่เสมอๆ
แต่ก็ด้วยเหตุนี้นั่นแหละ เขาถึงได้ทำอะไรไม่ทันกินคนอื่นเขาไปซะทุกที และถ้าจะว่ากันเรื่องงานสอนของเขาแล้ว เขาเป็นคนที่มีความตั้งใจในการสอนอย่างดีเยี่ยม
แต่ทว่าก็มักที่จะซุ่มซ่าม และไม่สามารถควบคุมฝูงลิงของเขาให้อยู่ภายใต้ความสงบได้ แต่แล้วจู่ๆวันหนึ่ง เขาต้องมาเป็นที่ปรึกษาให้กับชมรม Cheer Danceนี้
แล้วมันจะไปรอดอย่างนั้นเหรอ...





ทาคามิยะ มิยูกิ รับบทโดย คันโนะ มิโฮะ (นักแสดงรับเชิญพิเศษ)
ลูกสาวเพียงคนเดียวของเจ้าของโรงเรียนสอนการร่ายรำในแบบญี่ปุ่น เนื่องมาจากว่าชีวิตของเธอได้ถูกผูกพันเข้ากับศิลปะการร่ายรำมาตั้งแต่กำเนิด
เธอจึงเป็นคนที่มีความคิดความอ่านที่ค่อนข้างจะสงบเยือกเย็นและไม่ค่อยจะหัวเราะหรือตื่นเต้นไปกับเรื่องไร้สาระสักเท่าไหร่ และคิดว่าหน้าที่ทั้งหมดในชีวิต
ของเธอนั้น ก็คือการร่ายรำให้กับผู้ชมได้รับชมนั่นเอง





คิโดโกโระ เรกะ รับบทโดย คาเนโกะ ซายากะ
กัปตันทีม Kitty Typhoon
ของโรงเรียนโจโท ที่นำทีมชนะเลิศมาทุกปี




โคสุกิ ยูกิเอะ รับบทโดย อิโต อาซามิ
รองกัปตันทีม Kitty Typhoon




Staff

บทประพันธ์โดย…………………….......ฮาเซกาวะ อากิระ
ดำเนินการผลิตโดย ……………………..คานาอิ ทาคุยะ, มัตสึซากิ โยโกะ
Producer…………………………...โมริยาสุ อายะ, นางาอิ เรโกะ
บทภาพยนตร์โดย………………………โยโกอุจิ เคนสุเกะ, ฮันซาวะ ริตสึโกะ
Music………………………………สุมิโทโมะ โนริฮิโตะ
Theme Song………………………..UVERworld (gr8! records)
กำกับการแสดงโดย……………………..โคบายาชิ โยชิโนริ, อิชิคาวะ จุนอิจิ
กำกับการเต้น………………………….มาเอดะ จิโยะ (Japan Cheer Dance Association)
ผลิตโดย……………………………...Fuji Television และสถานีโทรทัศน์ในเครือ